วัดปริมาณออกซิเจนในน้ำด้วย DO meter ตอนที่ 2 การใช้งานและการบำรุงรักษา
เรียบเรียงโดย เอกดนัย กอกิมพงษ์
เอกสารอ้างอิง
1. ไพฑูรย์ หมายมั่นสมสุข, การวิเคราะห์ปริมาณออกซิเจนละลายและบีโอดี,
การวิเคราะห์น้ำเสียเบื้องต้น, กรมโรงงานอุตสาหกรรม
2. Dissolved Oxygen Temperature HD2109.1, Instructions manual,
DELTA OHM SRL
3. Dissolved Oxygen Sensor, Instruction Manual, Quantum Analytical Instruments
4. http://sensors-transducers.globalspec.com/LearnMore/
Sensors_Transducers_Detectors/Analytical_Sensors/
Dissolved_Oxygen_Instruments
5. http://www.thermorussell.com/techox.htm
6. http://www.eutechinst.com/tech-tips.htm
ปริมาณออกซิเจนในน้ำเป็นดัชนีคุณภาพน้ำที่สำคัญซึ่งบ่งชี้ ถึงระดับคุณภาพของน้ำที่จะนำไปใช้ประโยชน์ DO meter เป็น เครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดปริมาณออกซิเจนในน้ำ โดยมีหัววัดเป็น ส่วนที่ใช้จุ่มลงในตัวอย่างน้ำแล้วทำการตรวจวัด สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นของเครื่อง DO meter ได้กล่าวถึงไปในตอนที่แล้ว ส่วนในตอนที่ 2 นี้ จะได้กล่าวถึง การใช้งาน การบำรุงรักษา และเทคโนโลยีของ DO meter ในปัจจุบัน
DO meter คือเครื่องมือวัดปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ โดยมีหัววัด (probe) 2 ชนิดคือ polarographic probe และgalvanic probe เป็นส่วนที่ใช้จุ่มลงในตัวอย่างน้ำ ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมีขึ้นภายในหัววัด และแปลผลออกมาทางหน้าจอของ DO meter สำหรับวิธีการตรวจวัดนั้นมีขั้นตอน
ปฏิบัติหลายอย่าง ผู้ใช้จึงควรเข้าใจถึงกระบวนการและขั้นตอนการทำงานของเครื่องก่อนใช้งาน นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรบำรุงรักษาเครื่อง DO meter โดยเฉพาะส่วนของหัววัดอยู่อย่างสม่ำเสมอ และใช้งานอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ผลการวัดออกมาอย่างถูกต้องไม่คลาดเคลื่อน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ |

การใช้งานเครื่อง Do Meter ในการวัดปริมาณในบ่อบำบัดน้ำเสีย
|
การใช้งานเครื่อง DO meter
ข้อปฏิบัติในการใช้งาน
การวัดปริมาณออกซิเจนในน้ำโดยเครื่อง DO meter มีขอ้ ปฏิบัติหลายอย่าง ดังนี้
1. เมื่อจุ่มหัววัดลงไปในตัวอย่างน้ำควรจุ่มให้ลึกอย่างน้อยประมาณ 10 เซนติเมตร และรอประมาณ 2-3 นาที จนค่าที่ออกมาจากผลการวัดบนหน้าจอนิ่ง
2. เมื่อจุ่มหัววัดลงในตัวอย่าง ตรวจสอบว่ามีฟองอากาศเกาะอยู่บริเวณหัววัดที่สัมผัสกับตัวอย่างหรือไม่ ถ้ามีให้กำจัดออก
3. เมื่อต่อหัววัดเข้ากับเครื่อง DO meter ควรรอสักระยะหนึ่งจนกระทั่งค่าที่อ่านได้บนหน้าจอของเครื่อง DO meter นิ่ง ทั้งนี้เพื่อรอให้หัววัดขับออกซิเจนที่ละลายอยู่ในอิเล็กโทรไลต์ออกให้หมดก่อน สำหรับหัววัดชนิด polarographic จะต้องรอให้เกิดการ polarize ก่อน จึงจะนำหัววัดไปใช้งานได้
4. การต่อหัววัดเข้ากับเครื่อง DO meter นั้น หัววัดจะทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะหยุดการทำงานของเครื่องไปแล้ว จึงทำให้การวัดสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีที่เปิดเครื่องขึ้นมาใหม่
5. เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานเครื่อง DO meter เป็นเวลานานๆ ควรถอดหัววัดออกจากเครื่อง เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยา
ภายในหัววัด เพราะจะเป็นสิ้นเปลืองอิเล็กโทรไลต์โดยไม่จำเป็น
6. เมื่อวัดตัวอย่างน้ำไหล (running water) เช่น น้ำในลำธารจะต้องตรวจสอบความเร็วในการไหล (flow speed) ของน้ำด้วย (อย่างน้อย 0.2 หรือ 0.3 เมตร ต่อ วินาที) หลังจากการวัด ให้ล้างหัววัดด้วยน้ำสะอาด (เช่น น้ำกลั่น) ก่อนเก็บ
7. ถ้าตัวอย่างอยู่ในภาชนะบรรจุ ควรทำการกวนเพื่อให้ตัวอย่างอยู่ในสภาวะที่มีการไหลเวียนอยู่ตลอดเวลาเพราะการกวน
จะช่วยให้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในตัวอย่างกระจายตัวและช่วยกำจัดหรือลดฟองอากาศภายในตัวอย่างได้ ซึ่งการกวนสามารถทำได้โดยใช้เครื่องกวนแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic stirrer) โดยปรับความเร็วที่ใช้กวนให้เหมาะสม และคอยระวังการเกิดฟองอากาศมาเกาะที่ปลายหัววัด
8. ของเหลวที่ใช้สำหรับเก็บหัววัด ต้องมีการเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการวัดซึ่งเป็น ผลมาจากออกซิเจนในของเหลวที่สัมผัสกับ membrane
การปรับเทียบมาตรฐาน (Calibration)
ก่อนการใช้งานเครื่อง DO meter จะต้องมีการปรับเทียบมาตรฐานทุกครั้ง เพื่อให้ผลการวัดปริมาณออกซิเจนละลายออกมาถูกต้อง โดยการปรับเทียบนี้สามารถทำได ? 2 วิธี คือ การปรับเทียบกับสารละลายโซเดียมซัลไฟด์ และ การปรับเทียบจากอากาศที่อิ่มตัวด้วยไอน้ำ
การปรับเทียบกับสารละลายโซเดียมซัลไฟด์
วิธีนี้เป็นการปรับเทียบกับสารละลายโซเดียมซัลไฟด์ 6% ซึ่งเตรียมได้จากการละลายโซเดียมซัลไฟด์ (Na2SO3) 6 กรัม ในน้ำ 100 กรัม โดยโซเดียมซัลไฟด์จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ดังนี้
2Na2SO3 + O2 ----------> 2Na2SO4
จากสมการจะเห็นได้ว่า ออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากับโซเดียมซัลไฟด์และกลายเป็นโซเดียมซัลเฟตทั้งหมด ซึ่งจะทำใหัสารละลายนี้ไม่มีออกซิเจนละลายอยู่เลย ดังนั้น จึงสามารถนำมาใชป้ รับเทียบมาตรฐานได้ โดยการจุ่มหัววัดลงในสารละลายแล้วอ่านค่าและปรับให้เป็นค่ามาตรฐาน เรียกวิธีสอบเทียบวิธีนี้อีกอย่างหนึ่งว่า zero calibration
LAB.TODAY
บทความบางส่วนติดตามได้ในเล่ม
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง www.vertichrom.com, www.ligandsci.com |